วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ได้เวลาฟุ้งซ่านอีกแล้วสินะ


วันคืนอันแสนสุขผ่านไปเร็วเหมือนกับทุกๆครั้ง และแล้วเราก็กลับมาจมอยู่กับคำถามเดิมๆที่ไม่เคยจะตอบตัวเองได้สักที เมื่อไหร่ล่ะที่เราจะได้มีความสุขเสียที

การตัดสินใจที่ว่ายากที่สุดเราก็ทำมาแล้ว ที่จริงอะไรๆมันก็ควรจะเป็นไปตามที่มันควรจะเป็นไม่ใช่เหรอ.. แต่นี่ผ่านมาปีครึ่งแล้วแค่ทุกอย่างก็ยังเหมือนกับวันนั้น แล้วเราควรจะบอกตัวเองให้คิดอย่างไรล่ะ รอต่อไปเรื่อยๆ สักวันนึงอย่างนั้นสินะ

หลายต่อหลายครั้งที่พยายามสร้างโอกาสในการได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง ก็เพราะอยากจะมีช่วงเวลาที่เป็นของเราสองคนจริงๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าเค้าจะเข้าใจอะไรไหม หรือจะคิดแต่ว่าเราอยากเที่ยวโดยไม่สนใจคนอื่นเลยก็ไม่รู้

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราได้แต่เฝ้ารอเค้า รอคำพูดที่เคยได้ยินในวันนั้นกลับมาอีกครั้ง รอเพื่อจะตอบสิ่งที่ได้แต่เก็บไว้ในใจในวันนั้น เพื่อจะทำอะไรๆให้มันถูกต้องเสียที แต่นับวันก็ยิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่เราเฝ้ารอมันยิ่งไกลออกไปทุกที กำลังใจที่เคยเต็มเปี่ยมในวันนี้ลดน้อยถอยลงไปจนแทบหมดแรง หรือเราควรจะต้องบอกตัวเองให้ตัดใจได้แล้ว วันนั้นที่รอคอยมันคงมีอยู่แค่ในความคิดของเราคนเดียว

จะยังหวังต่อไปทำไมให้ทรมาณ ในเมื่อเราก็แสดงออกอย่างเปิดเผยจนไม่เหลือยางอายแล้วว่าเราต้องการอะไร อดทนต่อความละอายในใจเพื่อแสดงออกอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความนิ่งเฉย รับรู้แต่ไม่ตอบสนองใดๆ ไม่ปฏิเสธและก็ไม่ตอบรับ

อยากจะบอกให้ตัวเองอดทนรออย่างตั้งใจนะไหนๆก็หน้าด้านซะขนาดนี้แล้ว ผู้หญิงอย่างเราต้องรอให้เค้าเลือกอย่างนั้นเหรอ แต่ความเคารพตัวเองที่ลดต่ำลงจนแทบไม่เหลืออะไรนี่สิมันคุ้มค่างั้นเหรอ

-- Post From My iPhone

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2553

ใครว่าความเศร้ามันจะอยู่กับเราไม่นานไงล่ะ

อยากจะเข้าใจและยอมรับเรื่องนั้น แต่ทำไมหัวใจมันไม่ฟังสมองเอาเสียเลย ได้แต่น้ำตาไหลทุกครั้งที่นึกถึง เมื่อไหร่ที่เราจะเจ็บจนชินชาแล้วจะได้เลิกเสียใจซะที

"รัก" คำสั้นๆที่พูดง่ายแต่เข้าใจยากเสียเหลือเกิน เวลาที่อยากจะฟังก็เหมือนต้องถูกบังคับให้พูดมากกว่าที่จะมาจากใจ แต่เวลาที่ได้ยินกลับเป็นช่วงเวลาที่ทำใจให้เชื่อไม่ลงซะนี่ ความต้องการของคนเรามันมักจะสวนทางกันเสมอสินะ

คนเราก็แปลก บอกว่ารักแค่ก็มักจะทำให้คนที่ตัวเองรักต้องเสียใจ รักน่ะก็คงใช่ อย่างนี้เรียกว่ารักตัวเองมากกว่าใช่ไหม?

-- Post From My iPhone

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553

เศร้า.. เหงา.. แต่ก็สงบดีเหมือนกัน


ผ่านไปอีกหนึ่งวัน สำหรับหัวใจที่บาดเจ็บจากความรักครั้งที่รุนแรงที่สุด โดยคนคุ้นเคยของใจที่คิดว่าจะใช้เวลาอีกครึ่งชีวิตที่เหลืออยู่ร่วมกัน ความผิดหวังและเสียใจนั้นทำให้น้ำตาไหลไปจนนับครั้งไม่ได้ อ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจ ทุกครั้งที่รู้สึกตัวก็เหนื่อยเหลือเกิน เหมือนอยากจะหยุดหายใจไปสักพัก

อยู่อย่างเหงาๆจนได้ค้นพบข้อดีอย่างนึง คือมีเวลาพอสำหรับตัวเองที่จะได้คิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา ได้เรียนรู้ว่าความรักที่ทุ่มเทให้เต็มร้อยจะไม่มีค่าอะไรเลยสำหรับคนที่มองไม่เห็นค่าของมัน ให้เค้าเท่าที่เค้าต้องการดีกว่าจะไปยัดใส่มือ จนเค้าไม่เห็นคุณค่าของตัวเราเลย

ในเมื่อกาลเวลายังเปลี่ยนไป.. คนก็เปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน อย่ายึดติดกับรูปเบบความสัมพันธ์เดิมๆที่เคยเป็นอยู่ วันนี้เคยรัก แต่วันข้างหน้าก็อาจจะไม่รักแล้วก็ได้ หรือสักวันอาจลดจากคนเคยรักกลายเป็นแค่คนรู้จักก็ไม่มีใครรู้

วันนี้ประสบการณ์สอนเราว่า อย่าเอาหัวใจตัวเองไปผูกติดกับขาใคร เพราะไม่มีใครรู้ว่าเค้าจะก้าวเดินออกจากเราไปเมื่อไหร่? สุดท้ายคนที่เจ็บปางตายก็คือเรา

อย่าถือโทษโกรธตัวเองที่เชื่อใจคนง่ายเกินไป ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจผิดพลาดกันทั้งนั้น




-- Post From My iPhone